Minari

Minari เป็นผู้กำกับและผู้เขียนบทของ Lee Isaac Chung เขาเป็นลูกครึ่งเกาหลี – อเมริกัน ที่นำเอาแรงบันดาลใจจากเรื่องราวในวัยเด็กของตัวเองมาสร้างเป็นภาพยนตร์หนังเล่าเรื่องราวของครอบครัวชาวเกาหลีที่ตัดสินใจจากบ้านเกิดไปอเมริกาโดยหวังจะปักหลัก แต่ด้วยความฝันฉันต้องย้ายจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองเริ่มนับศูนย์อีกครั้งกลายเป็นบททดสอบชีวิตของครอบครัวนี้

ถามว่าหนังสนุกมั้ยตอบตรงๆว่าไม่ แต่ถ้าถามว่าได้อะไรจากหนังมั้ย? ผมต้องตอบว่ามาก หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนหนังสารคดีที่พาเราไปสำรวจเรื่องราวชีวิตของครอบครัวเกาหลีนี้ ผ่านหลากหลายแง่มุมหลากหลายตัวละครในครอบครัวทั้งพ่อแม่ลูกชายลูกสาวยายเราจะได้เห็นทั้งสองฝ่าย มุมมองของแต่ละบุคคลเกี่ยวกับชีวิตที่ทำให้เราได้ข้อคิดมากมายในการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ

หนังดูไม่ยากเลยเข้าใจง่าย มันก็ยังคงดำเนินต่อไป มีการบอกเล่าเรื่องราวทีละเล็กทีละน้อย ข้อคิดที่ซ่อนอยู่ระหว่างทางที่เฉียบคมไม่ใช่เล่นซึ่งนำเข้ามาจริงยังมีจุดที่คลุมเครืออีกมากและเรายังต้องการคำตอบในหลาย ๆ เรื่อง

ส่วนนักแสดงต้องบอกว่าแสดงดีไม่มีที่ติทุกคน ไม่แปลกใจเลยที่ Steven Yeun และ Yuh-Jung Youn ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์

สรุปมินาริไม่ใช่หนังสนุก แต่ถือว่าเป็นหนังที่ให้แง่คิดที่ดีเรื่องหนึ่งอย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวแล้วถือว่ายังไม่กลมกล่อมอยู่ดีหลาย ๆ ฉากก็ยังไม่สามารถส่งอารมณ์นั้นให้เราได้ คือเข้าใจทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถพาเราไปสัมผัสหรือติดตามได้ยังไม่พอไม่ใช่หนังที่บอกให้คุณลุกขึ้นเผชิญหน้ายอมรับชะตากรรม แต่เป็นหนังที่บอกให้คุณใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย

ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในทุกสิ่งที่จะเข้ามาในชีวิตของคุณ เช่นเดียวกับที่หนังเล่าถึงมินาริมันเป็นวัชพืชที่สามารถปลูกได้ทุกที่ มันสามารถเติบโตและเฟื่องฟูได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะมีลมฝนและแสงแดดมากแค่ไหนมันก็ยังคงเฟื่องฟู … นั่นคือสิ่งที่หนังเรื่องนี้ต้องการจะบอก

Minari

Minari is the director and screenwriter of Lee Isaac Chung. He is a Korean-American half-Korean who takes inspiration from his own childhood and creates a film about a Korean family who made a decision from home. Born to America hoping to settle down But with a dream, I had to move from city to city and start counting zero again, becoming the test of this family’s life.

Ask if the movie is fun or not. Directly answer that no. But if asked if you can get anything from the movie? I have to answer that a lot This movie is like a documentary film that takes us to explore the life story of this Korean family. Through a variety of aspects, a variety of characters in the family, including father, mother, son, daughter, grandmother, we can see both sides. The individual perspective on life that gives us a lot of insights into life in different ways.

The movie is not difficult to understand. It continues The stories are told little by little. The insights that are hidden along the way that are sharp, not play, which are actually brought in, still have a lot of vague points, and we still need answers to many things.

As for the actors, I must say that everyone is flawless. It’s no surprise that Steven Yeun and Yuh-Jung Youn were nominated for an Academy Award.

Adapt to changes in everything that will come into your life. Just as the movie tells of Minari, it is a weed that can be planted anywhere. It can grow and flourish quickly. No matter how much wind, rain and sunshine, it continues to flourish… that’s what this movie wants to say.

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

Chaos Walking

Chaos Walking เป็นหนังที่ดำเสนอเรื่องราวที่เเปลกใหม่เเละไม่เหมืยนที่หนังเรื่องไหนเคยทำ หนังได้ใช้พลังด้านความคิด ที่คิดอะไรจะเห็นอย่างนั้นได้ดีครับผม ใส่มาเยอะจนสนุก ทำให้หนังไม่เบื่อ ทอมฮอลแลนด์ เเสดงได้ดีมากเขากับบทบาทได้ดีจริงๆ

ข้อเสีย หนังเล่าเรื่องได้รวดเร็วสำหรับหนังที่เเต่มาจากนิยาย มันไม่เหมาะะครับควรเล่าเรื่องให้ละเอียดกว่านี้ เพราะ ในหนังเราเเทบไม่รู้อะไรเลยจริงๆ อย่างน้อง ซัก 2ชั่วโมง10กำลังดี

หนังตัดไปหลายส่วนจนทำให้หลายฉากที่หน้าจะเล่าได้ยาวกว่านี้จู่ๆก็ตัดไป ทำให้อารมณ์ในเรื่่องๆก็หายไปเฉยๆ เเละหนังไม่ได้เล่าฉากที่ตัดออกไปทำให้ไม่รู้ว่าต่อจากนั้นเกิดไรขึ้นพอมาอีกทีเป็นเเบบนี้เเล้วหรอเเบบงง ทำให้รู้สึกไม่ต่อเนื่อง

การเฉยๆปมในเรื่องที่มันดูง่ายเกินไปหมด ไม่สมกับที่รอคอย

Chaos Walking

Chaos Walking is a black movie that offers a completely new story and is not like any other movie ever made. The movie has used the power of thought. Who thinks something will be able to see that well Put a lot of fun. Keeping the movie boring, Tom Holland is really good at acting, he’s really good with the role.

The disadvantage Movie tells a story quickly for movies that are based on fiction It’s not right, we should tell the story more closely, because in the movie we really don’t know anything, like a younger sister, 2 hours and 10 just perfect.

The movie has been cut so many parts that the scenes on the page can be narrated longer than this. Causing the emotions in other matters to just disappear And the movie did not tell the scene that was cut out, so I don’t know what happened after it came again. Is it like this one? Makes you feel inconsistent.

Putting aside clues in things that are too easy to look at. Not suitable for what was waiting.

Chaos Walking

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

รีวิวหนังบอสฉันขยันเชือด

รีวิวหนังบอสฉันขยันเชือด ถือว่าเป็นหนังไทยที่น่าสนใจตั้งแต่ตัวอย่างและพล็อตเรื่อง ที่บอกเล่าเรื่องราวของพนักงานออฟฟิศที่สงสัยว่าบอสของพวกเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่อง! แถมหนังยังมีเหล่านักแสดงที่น่าสนใจมากมายทั้ง

ไอซ์-ปรีชญา, มุกดา-นรินทร์รักษ์, เผือก-พงศธร, โอ๊ต-ปราโมทย์, ผักกาด-พอวิไล, ก้อง-สหรัถและ นอท-สัณหณัฐ (บ้านกูเอง) ตัวอย่างก็มีมุกบ้างประปราย เอาง่าย ๆ

เอากันที่จุดแรกคือนักแสดง ต้องบอกเลยว่านักแสดงแต่ละคนถือว่าแสดงได้ดีในอย่างที่ควรจะเป็น แต่น่าเสียดายบางตัวละครที่หนังไม่สามารถดึงศักยภาพออกมาให้คนดูได้เห็นสักเท่าไหร่ รวมถึงบางตัวละครจากต้นจนจบเรื่องก็ยังสงสัยว่า “มันมีความจำเป็นจริง ๆ หรอ

ต่อกันที่ความตลก หนังมีการหยอดมุกรายทางประปราย ที่เอาจริง ๆ ไม่ได้ฮาอะไรสักเท่าไหร่ ทำได้เพียงยิ้มมุมปากกับบางมุก ซึ่งส่วนมากออกไปทางแปกเสียด้วยซ้ำ จนต้องสะกิดตัวเอง

พาร์ทของความระทึกยิ่งสอบตกเข้าไปใหญ่ จากตัวอย่างมีศพนู่นนี่นั่น ทำให้พาลคิดไปอีกว่ามันต้องมีฉากไล่ฆ่า ฉากตื่นเต้น ลุ้นบ้างอะไรแบบนั้น แต่เอาเข้าจริง ๆ หนังกลับทำได้ไม่ถึง มีนะ แต่น้อย แถมยังไม่ตื่นเต้นเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่สามารถทำให้คนดูลุ้นตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่องได้เลยแม้แต่น้อยแม้หลาย ๆ ฉากน่าจะขยี้ให้ตื่นเต้นได้ก็ตาม

รีวิวหนังบอสฉันขยันเชือด

รีวิวหนังบอสฉันขยันเชือด

Boss Movie Review, I’m Hard Work . Considered an interesting Thai movie from the trailer and plot. That tells the story of an office worker who suspects their boss is a serial killer! Plus, the movie features many interesting actors, both

Ice-Prichaya, Mukda-Narinrak, Taro-Phongsathorn, Oat-Pramote, Pakkad-Porwilai, Kong-Saharat and Not-Sanhan (Ban Koo himself). Some are sporadic and easy.

Let’s go together at the first stop is the actor. I must say that each performer is considered to perform well the way it should. Unfortunately, some of the characters that the movie cannot bring out their potential for the audience to see. Including some characters from beginning to end “Is it really necessary?

Continue to be funny The movie has pearl droplets along the way, which are really not really funny. Can only smile the corner of the mouth with some pearl Which most of them go out of the way even Until you have to poke yourself.

The part of the excitement, the more the exam falls. From the example, there was a corpse over there. Causing the bully to think that there must be a killing scene, an exciting scene, something like that

But actually put it in, the leather can’t be achieved, but a little, and it’s not even the slightest bit of excitement. Can’t get the audience to be excited by the events that take place in the story in the slightest, even though many scenes can be thrilling.

รีวิวหนังบอสฉันขยันเชือด

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

Godzilla Vs Kong

Godzilla Vs Kong บทส่งท้ายจักรวาลมอนสเตอร์ นับตั้งแต่ปี 2014 ที่ได้มีภาพยนตร์เรื่อง Godzilla ที่เป็นหนังเปิดจักรวาลมอนสเตอร์ให้กับทาง Legendary และ Warner Bros.

เป็นเจ้าของบทวิจาร์ณ์ที่เรียกได้ว่า แตกเป็น 2 ส่วน คือถูกใจนักวิจารณ์ แต่ไม่ถูกใจคนดูคอหนังแอคชั่น อาจเพราะด้วยที่ฉากน้องก็อดซิลล่า ออกมาน้อยกว่าคู่ปรับอย่าง

มูโตซะอีก ทำให้ จนทำให้ภาคหลัง ๆ ได้มีการปรับบทบาทให้เจ้าของชื่อเรื่องได้แอร์ไทม์ในหนังเยอะขึ้นเอาใจคนดูใน Godzilla: King of the Monster 2019 ซึ่งพอมาภาคนี้ไม่วายโดนคนบ่นอีกว่า หนังมืดมาก สู้กันแต่ตอนกลางคืน

รวมไปถึงพาร์ทดราม่าของมนุษย์ในเรื่องชวนให้ลำไยมาก พร้อมด้วยความยาวหนังที่ยาวเกิน 2 ชั่วโมง หลายเสียงบอกค่อนข้างยืดมาก ทำให้ ผกก. ต้องทำการบ้านอย่างหนัก จนแล้วจนรอดปี 2020 ค่ายหนังก็ประกาศเลื่อน

(หนีโควิด19) จาก มีนาคม ไปเป็น พฤศจิกายน และประกาศเลื่อนอีกครั้งมาเป็นปีนี้เดือน พฤษภาคม และเลื่อนขึ้นมาอีกรอบเป็น มีนาคม 2021 จนในที่สุดก็ได้ดูกันซักที

ตัวหนังในภาคนี้เป็นเรื่องราวหลังจากภาคก่อน 3 ปี เมื่อก็อดซิลล่าปรากฏตัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดยักษ์ กลายเป็นว่าก็อดซิลล่าออกอาละวาดทำลายศูนย์วิจัย

Godzilla Vs Kong

The Monster Universe Epilogue Since 2014 the movie Godzilla opens the Monster Universe for Legendary and Warner Bros., who owns a novel that can be said to be broken into two parts: Like. Critic But not like action moviegoers Probably because of the scene of Nong Godzilla Came out less than a competitor like

Mutos, causing the latter to adjust the role for the title owner to have more airtime in the movie, please the viewers in Godzilla: King of the Monster 2019, which when coming to this sector does not fail. The movie is very dark, but fights at night. Including the human drama in the story that invites longan very much Along with the length of the movie that is longer than 2 hours.

The movie in this movie is a story three years after the previous one, when Godzilla appears again. But this time didn’t come to fight the giant monsters. It turns out that Godzilla went on a rampage to destroy the research center.

Godzilla Vs Kong

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

รีวิวหนัง Frozen2 ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ

รีวิวหนัง Frozen2 ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ ต้อนรับการกลับมาของแอนิเมชั่นยิ่งใหญ่แห่งปีที่คนทั้งโลกต่างรอคอยระยะเวลายาวนานกว่า 6 ปี กับภาพยนตร์ภาคต่อ Frozen 2 ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับในอาณาจักรแห่งเอเรนเดลล์ ความลับเบื้องหลังของอดีต

เสียงที่กำลังเรียกหา และการผจญภัยของเอลซ่าที่ออกเดินทาง เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับพลังวิเศษของตัวเอง โดยความยาวของหนังอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 43 นาที กำหนดฉาย 21 พฤศจิกายนนี้ทุกโรงภาพยนตร์

ภาพยนตร์เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจาก Frozen ภาคที่แล้วเกี่ยวกับคำสาปของราชินีหิมะ โดยเรื่องราวในภาคนี้ ได้เล่าถึงความลับในตำนานของอาณาจักร เอเรนเดลล์ กับ นอร์ธัลดรา รวมไปถึงการไขปริศนาคำตอบของพลังวิเศษของเอลซ่าในป่าต้องมนตร์ ความลับในสิ่งที่เอลซ่าได้ยินอาจเป็นตัวแปรสำคัญของเรื่อง เอลซ่าจะต้องไขปริศนานั้น เพื่อให้เมืองอเรนเดลล์กลับมาปกติสุขเหมือนเดิม

เนื้อเรื่องยังคงแฝงความรักของพี่น้องระหว่างเอลซ่าและอันนาได้เป็นอย่างดี และทุกตัวละครมีบทบาทที่เด่นขึ้น ชัดเจนขึ้น ภาพสวย เพลงเพราะ เทคนิคการสร้างดีขึ้นกว่าภาคที่แล้วมาก ตัวละครมีมิติ สวยขึ้นหล่อขึ้น น่ารักขึ้นทุกตัว

รีวิวหนัง Frozen2 ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ

รีวิวหนัง Frozen2 ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ

Welcome back to the great animation of the year that the world has waited for over 6 years with the sequel, Frozen 2, the adventure of the snow queen. It is a story about in the Kingdom of Arendell. Secret behind the past

A voice calling for And the adventures of Elsa that set off To find answers about their own super powers The length of the movie is 1 hour and 43 minutes, scheduled for release on November 21, all cinemas.

The film tells the story that follows the previous Frozen, about the Snow Queen’s curse. By the story in this sector Tells the legendary secrets of the Arendelle and Northadra Kingdom, as well as solving the mystery of Elsa’s magical powers in the enchanted forest. The secrets of what Elsa heard may be a key variable of the story. Elsa must solve that riddle. For the city of Arendell to return to normal health as before

The story continues to hide the brotherly love between Elsa and Anna as well. And every character plays a role that stands out more clearly, beautiful picture, music, because the production technique is much better than the previous part The characters have dimensions. More beautiful, more handsome All cuter

รีวิวหนัง Frozen2 ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

ชนชั้นปรสิต

ชนชั้นปรสิต

ชนชั้นปรสิต
ชนชั้นปรสิต

ภาพยนตร์เกาหลีที่เขย่าเมืองคานส์ เรื่อง Parasite เป็นภาพยนตร์แนวเสียดสีเกี่ยวกับ ความไม่เท่าเทียมทางชนชั้นกับครอบครัวที่ยากจนและอาศัยอยู่ใต้บ้านในโซล

แต่เรื่องที่เปลี่ยนชีวิตของครอบครัวนี้คือพี่ชายคนโต Kim Ki-Woo แกล้งทำเป็นว่าจะก้าวไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ สำหรับลูกสาวของครอบครัวที่ร่ำรวยหลังจากนั้นเขาก็มองเห็นช่องทาง เพื่อเกาะครอบครัวนี้

เขาจึงพาพี่สาวพ่อและแม่แอบเข้ามาในบ้านหลังนี้เช่นกัน แต่ทุกคนมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน หนังทำออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และน่าติดตามตลอดทั้งเรื่องแถมยังได้รับรางวัลอีกด้วยและเป็นหนังที่น่าดูจริงๆของ Netflix

หนังกำลังจะบอกว่าคนจนจะไม่มีวันลุกขึ้นมาเป็นคนรวยและยั่งยืนในความขัดแย้ง คนที่ต่อสู้คือคนจนและคนที่จนกว่า (ครอบครัวคิมและคนในห้องใต้ดิน) ขอให้ฝันว่าคนยากจนจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง สู้กับความรวยแบบที่หลายคนใฝ่ฝัน

The Korean film that rocked Cannes, Parasite, is a satirical film about Class inequality with the poor and living under houses in Seoul

But the life-changing story for this family is that eldest brother Kim Ki-Woo pretends to be an English teacher. As for the daughter of a wealthy family, he later saw the channel. To island this family.

So he brought his sister, father and mother into this house as well. But everyone has different duties. The movie is perfectly made. And it’s worth watching throughout the story, and it also won awards, and it’s a really awesome Netflix movie.

The movie is about to say that the poor will never rise up to be rich and enduring in conflict. The people who fight are the poor and the people who are until (Kim’s family and basement) dream of reuniting the poor. Fight with the wealth that many people dream of.

There is much analysis on which side is the parasite, which aside from the Kim family, the Park family and the underground home One analyst suggested that The true parasite is the “hope” hidden through the signs of the stones held by the poor boy’s son throughout the story.

ชนชั้นปรสิต

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

Jurassic World 2 Fallen Kingdom

Jurassic World 2 Fallen Kingdom ขอย้อนกลับไปนิดหน่อยก่อนว่าเรื่องราวในภาคนี้เป็นภาคต่อมาจากคราวก่อน เมื่อ Jurassic World ได้ปิดตัวเนื่องจากบรรดาไดโนเสาร์หลุดออกมา เส้นเรื่องหลักของภาคนี้คือเป็นการตัดสินใจของตัวละครว่าจะต้องอพยพไดโนเสาร์เหล่านี้ให้ออกมาจากเกาะที่พวกมันอยู่ดีหรือไม่

ด้วยเกาะดังกล่าวกำลังจะเกิดภูเขาไฟระเบิด และหากปล่อยพวกมันไว้นั่นหมายถึงการสูญพันธุ์ครั้งที่ 2 ของพวกมันทั้งหมด ในเรื่องมีการแบ่งเสียงออกเป็น 2 ข้าง ข้างแรกบอกว่าควรปล่อยให้พวกมันตายไปให้หมดด้วยเราไม่ควรฝืนธรรมชาติให้มากกว่าที่เป็นอยู่

ขณะที่อีกฝ่ายก็ระบุว่าแม้มันจะเป็นสัตว์แต่พวกมันก็มีจิตใจดังนั้นสิ่งที่มนุษย์ทำได้คือการช่วยเหลือให้พวกมันออกมาจากเกาะให้ได้ ส่งผลให้เกิด

กลุ่มผู้คุ้มครองพิทักษ์ไดโนเสาร์ ขึ้นมา คนที่เป็นหัวหอกในการจัดตั้งกลุ่มนี้ก็คือ แคลร์ เธอมุ่งมั่นขนาดชวนแฟนเก่าอย่าง โอเวน ไปยังเกาะแห่งนี้อีกครั้งเพื่อช่วยเหลือพวกไดโนเสาร์ให้ได้ แต่เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเมื่อมีกลุ่มมนุษย์อีกกลุ่มได้ทำการสร้างไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ให้ชื่อว่า อินโดแรปเตอร์

Jurassic World 2 Fallen Kingdom

Jurassic World 2 Fallen Kingdom

ถือว่าเป็นไดโนเสาร์ที่ฉลาดที่สุดเท่าที่โลกใบนี้เคยมีจากความคิดสิ้นคิดที่ว่าหากเราสามารถฝึกไดโนเสาร์ให้เชื่องได้ เชื่อฟังคำสั่งของมนุษย์ได้น่าจะใช้พวกมันในการออกศึกรบได้อย่างดี

เป็นตัวอย่างหนัง Jurassic World 2 ที่หลายคนยังไม่ได้ดูต้องไปสัมผัสให้จงได้ คราวนี้มาว่ากันเรื่องของการทำหนังต้องบอกว่า Jurassic World ค่อนข้างแบกภาระความกดดันอันหนักอึ้งเอาไว้พอตัวเพราะภาคแรกพวกเขาโด่งดัง

Let’s look back a little bit, though, that this part of the story is a sequel to the last episode when Jurassic World was shut down due to the dinosaurs. The main storyline of this part is the characters’ decisions whether to evacuate these dinosaurs from the island where they are.

With the island going to have a volcanic eruption And leaving them alone, it will mean the second extinction of them all In the story, the sound is divided into two sides. The first tells us that we should let them all die. We should not force nature more than we are.

While the other party argues that even though they are animals, they have a heart, so what humans can do is help them get off the island, resulting in

The Guardian of Dinosaurs has come up, the one who spearheaded the formation is Claire.She is determined to invite ex-girlfriend Owen to the island again to save the dinosaurs. But the story wasn’t that easy when another group of humans created a new species of dinosaur called Indoraptor

It is considered the smartest dinosaur the world has ever had from the thought that if we can tame the dinosaurs. They could obey human commands and should be able to use them well in battle.

Jurassic World 2 Fallen Kingdom

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

รีวิวหนังทองดีฟันขาว

รีวิวหนังทองดีฟันขาว ภาพยนตร์แอ็คชั่นพีเรียดอิงประวัติศาสตร์ ความกล้าหาญจงรักภักดีในช่วงชีวิตสำคัญของ “นายทองดีฟันขาว” นักสู้หัวใจแกร่งที่ความสามารถ, ฝีไม้ลายมวย และโชคชะตานำพาให้เขาได้เป็นทหารเอกคู่ใจแห่งพระเจ้าตากสินมหาราช และพลีชีพต่อสู้ปกป้องบ้านเมืองจนกลายเป็นวีรบุรุษของชาวไทยที่รู้จักกันในนาม

ตอนสมัยเรียนผมพอจำเรื่องราวได้คร่าวๆอยู่บ้าง แต่พอได้อ่านรื้อฟื้นทำให้อินกับหนังมากขึ้น
แต่ก่อนผมชอบดูหนัง/ละครของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยมากๆ (แนวแม่ไม้มวยไทย)

นายขนมต้ม (80% ของเด็กในยุคนั้นที่ได้ดูได้มีโอกาสไปลองเตะต้นกล้วยของจริงและเข็ดไปอีกนานเพราะแข็งมากกกกก) บางระจัน พระเจ้าตากสินมหาราช , สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และอื่นๆ

ข้อคิดดีๆจากหนัง การถ่อมตัว , ความมุ่งมั่น , การเคารพผู้อื่น , ความซื่อสัตย์ และการรักษาคำพูด เปลี่ยนโทนแสงสีตามเหตุการณ์ได้ดีครับ มุมกล้องก็โอเคดีครับบางซีนมีหลุดนิดๆน่อยๆบ้างไม่ซีๆ
ชอบลูกเล่นการดึง Slow Motion ทำให้เห็นหมัดเข่าศอกได้เต็มอิ่ม
ทำให้ฉากแอคชั่น สมกับเป็นฉากแอคชั่นดีครับชอบๆ

เปลี่ยนโทนแสงสีตามเหตุการณ์ได้ดีครับ มุมกล้องก็โอเคดีครับบางซีนมีหลุดนิดๆน่อยๆบ้างไม่ซีๆ
ชอบลูกเล่นการดึง Slow Motion ทำให้เห็นหมัดเข่าศอกได้เต็มอิ่ม

รีวิวหนังทองดีฟันขาว

Historical period action movies Courage, fidelity during an important period of Mr. Thongdee White Tooth”, a tough-hearted fighter whose talent, boxing skills and fate lead him to become the most trusted soldier of King Taksin the Great. And died fighting to protect the country until becoming a hero of the Thai people known as

When I was in school, I had a rough idea of ​​the story. But when I read it, it makes me more in the movie
In the past, I loved watching movies / dramas of important people in Thai history. (Muay Thai style)

Mr. Kanom Tom (80% of the children in that era who watched had the opportunity to try and kick the real banana tree and be scared for a long time because it was very hard) Bang Rachan, King Taksin the Great, King Naresuan the Great and others.

Good thoughts from the movie: humility determination, respect for others, honesty And keeping speech

รีวิวหนังทองดีฟันขาว

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

Tom and Jerry (2021)

Tom and Jerry (2021)

Tom and Jerry (2021)
Tom and Jerry (2021)

ทอมกับเจอร์รี่เหนื่อยกับการตีกันจึงตัดสินใจย้ายออกจากบ้านหลังเก่าเพื่อไปหาบ้านใหม่ที่แตกต่างออกไป ในขณะที่ทั้งคู่ออกเดินทางตามหาที่พักใหม่ในฝันกลางเมืองใหญ่

โชคชะตานำพาพวกเขามาพบกันอีกครั้ง ในโรงแรมหรูที่จะจัดงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่แห่งปี. เส้นทางอาชีพของ Kayla เป็นเดิมพัน (รับบทโดยChloë Grace Moretz) เมื่อ2 อดีตเพื่อนซี้สองคนมาเจอกัน สงครามไล่แมวกับหนูกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง

พูดจากใจแฟน ๆ ของเรื่องนี้ดูมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ก็ยังรักอยู่ ที่ผ่านมาฉันมีหน้าตาและความรู้สึกอย่างไร? แต่บอกตามตรงว่าไม่ชอบเนื้อเรื่องสักเท่าไหร่ค่ะ

จุดเด่นทอมแอนด์เจอร์รี่แน่น ๆ และแอนิเมชั่นฉันคิดว่าดีและให้ความรู้สึกคาสสิกมากๆ ฉากตีบทแตกมากไม่ผิดหวังเลย

จุดด้อย: เรื่องราวดี แต่ค่อนข้างล้นหลาม การแสดงดี แต่พล็อตและบทแย่ โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าบทได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เราโน้มน้าวไม่ชอบเจอร์รี่ที่มากสร้างแต่ปัญหา
.


Tired of banging together Tom and Jerry decide to move out of their old house to find a different home. While they both set out to search for a new accommodation in their dreams in the middle of the city.

Destiny brings them together again. In a luxury hotel that will host the biggest wedding of the year. Kayla’s career journey is at stake (played by Chloë Grace Moretz) when two former best friends meet. The war of chasing cats and mice is about to begin again.

Speaking from the hearts of fans of this story, I have seen it since I was a kid until now I still love it. What do I look and feel in the past? But to be honest, I don’t like the story very much.

Features Tom and Jerry tight and the animations I think are good and have a very classic feel. The hit scene is very broken.

Cons: The story is good but a bit overwhelming. The show is good but the plot and script are bad. Personally, I think the script is designed to convince us to dislike Jerry who is so problematic.

Tom and Jerry (2021)

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

Boss Level

Boss Level อย่าเพิ่งตายในทันทีหากคุณยังไม่สามารถเอาชนะหัวหน้าของคุณกัปตันอเมริกา The Winter Soldier / Civil War วายร้ายของกัปตันอเมริกาแฟรงก์กริลโลหรือบร็อคแรมโลว์นำแสดงโดยไม่มีตัวตนในระดับบอสจริงๆมันเป็นภาพยนตร์และบทบาทของมันคือวายร้าย . ตั้งแต่โปสเตอร์แบบเต็มตัวไปจนถึงบทบาทของเขาในฐานะตัวละครหลักในภาพยนตร์คุณอาจคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ระดับ B สำหรับแผ่นหรือไม่? แต่พอเห็นตัวอย่างหนังแล้วคิดผิด

ตัดได้น่าสนใจมาก เรื่องราวของรอยพัลเวอร์ติดอยู่ในวงเวลากว่า 100 รอบในแต่ละครั้งที่เขาตื่นขึ้นมา เผชิญหน้ากับนักฆ่าในมือของเขา ต่างจากการล่าสัตว์เขายังคงฆ่าเขาอยู่เสมอ เขาแค่สงสัยว่าทำไมเขาถึงถูกฆ่า หลังจากรีเซ็ตชีวิตของเขาหลายครั้งเขาก็สามารถเรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยงการตามล่าเพื่อค้นหาความจริง คราวนี้เขาอยู่ในวงล้อมอะไร? และทำไมคุณต้องฆ่าการเข้าถึง

เห็นแล้วต้องบอกว่าเป็นหนังที่สนุกกว่าหน้าโปสเตอร์หนังเสียอีก เรื่องตลกทั้งหมดเกี่ยวกับความบ้าคลั่งและเรื่องตลกก็สร้างความอบอุ่นใจให้กับแฟรงก์กริลโล ฟิลฟิล์มมากับครอบครัวของฉัน ครึ่งหลังค่อนข้างน่าประหลาดใจ แต่ฉันไม่ได้คาดหวังว่าหนังจะมาในทิศทางนี้

สรุปท้ายเรื่องสนุกกว่าที่หนังคาดไว้ แต่อาจมีข้อเสียบ้างแค่ตอนจบ มันยังไม่เป็นที่พอใจหรือทำให้ผู้ชมเข้าใจได้ชัดเจนว่า 7.5 / 10 นั้นเท่าไหร่เเต่เท่าที่ดูส่วนตัวคือหนังมันมากเเละสนุกทุกตอนฉากหรือตอนบู๊ภาพสวยเหมาะสมดี เเละเข้าถึงเนื้อเรื่องได้ดี

Boss Level

Boss Level

Boss Level Don’t die right away if you still can’t beat your boss, Captain America, The Winter Soldier / Civil War, Captain America’s villain, Frank Grillo, or Brock Ramlow starring without. Boss level identity really is a movie and its role is villain.From the full-length poster to his role as the main character in the movie, might you think the movie is a B-grade film for the sheet? But when I saw the movie trailer, I was wrong.

Cut can be very interesting. Roy Pulver’s story is trapped in over 100 rounds each time he wakes up. Face the killer in his hand Unlike hunting, he still always kills him. He was just wondering why he was killed. After resetting his life several times, he was able to learn how to avoid the hunt for the truth. What enclave is he in this time? And why would you have to kill access

I must say that it is a movie that is more fun than the face of a movie poster. All the jokes about the madness and the jokes are heartwarming for Frank Grillo. Phil Film came with my family. The second half was quite a surprise. But I didn’t expect the movie to come this way.

The end of the story is more fun than the movie expected. But there may be some disadvantages at the end It is still not satisfactory or makes it clear to the audience how much 7.5 / 10 is, but as much as I personally watched the movie, it was very fun and fun every episode, scene or action. And good access to the story.

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่